The Story
กีตาร์ Gibson Les Paul Studio Session ถือได้ว่าเป็นสมาชิกใหม่ในไลน์กีตาร์ Les Paul Studio โดยกีตาร์รุ่นใหม่นี้ถือได้ว่าเป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ของ Les Paul Studio อันคลาสสิก พร้อมคุณสมบัติและการอัพเกรดจากคำติชมของลูกค้าและคำขอของผู้เล่น ซึ่งก้าวไปอีกขั้นจากรุ่น Les Paul Studio ก่อนหน้า โดยกีตาร์ Gibson Les Paul Studio Session มีบอดี้กีตาร์ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีที่มีน้ำหนักเบาแบบ Ultra Modern weight-relieved ที่เบากว่าและใช้งานได้สบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นคอนเสิร์ตหรือฝึกซ้อมไมว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม ไม้หน้ากีตาร์ที่ปะด้วยไม้เมเปิ้ลเกรด AA ลายฟิกเกอร์ไม่เพียงแต่งดงาม แต่ยังช่วยเพิ่มความสดใสและความชัดเจนให้กับโทนเสียงโดยรวม ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับบอดี้กีตาร์ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีที่ให้โทนเสียงอุ่นและย่านเสียงกลางเพื่อให้ได้โทนเสียง Les Paul ในตำนานที่ปรากฎอยู่ในเพลงอันโด่งดังนับไม่ถ้วนและบนเวทีคอนเสิร์ตทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีคอกีตาร์ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีที่เชื่อมต่อกับบอดี้กีตาร์ที่ช่วยให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้นและเพิ่มความกังวาลและความยาวของหางเสียง กับช่วงต่อคอกีตาร์ที่มีความโค้งมนแบบ Modern Contoured Heel เพื่อให้เข้าถึงเฟร็ตที่ลึกได้อย่างง่ายดาย และรูปทรงคอกีตาร์ที่เรียวบาง SlimTaper™ เพื่อการเล่นที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และปิดท้ายด้วยเฟรตบอร์ดที่ทำจากไม้อีโบนี่ (ebony) ที่มีอินเลย์อะคริลิกรูปสี่เหลี่ยมคางหมู และเฟรตขนาดมีเดียมจัมโบ้ 22 เฟรต ที่มีรัศมีความโค้งฟิงเกอร์บอร์ดที่ 12 นิ้ว ส่งผลให้ได้การเล่นริธึ่มคอร์ด และการเล่นโซโล่เป็นอย่างดี และคุณจะต้องหลงรักความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสกีต้าร์ตัวนี้ไว้ในมืออย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติอย่างลูกบิดตั้งสายแบบ Grover® Rotomatic® ที่มีที่หมุนปรับแบบ Keystone ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามคลาสสิคให้กับกีตาร์ หลอมรวมกับสะพานสาย Nashville Tune-O-Matic™ ที่ทำด้วยอลูมิเนียมซี่งปรับแต่งได้เต็มรูปแบบ และเทลพีช Stop Bar ที่ทำด้วยอลูมิเนียมน้ำหนักเบา และนัท Graph Tech® ช่วยให้การปรับจูนเสียงมีความเสถียรและมั่นคง ทำให้คุณเล่นโดยไม่ต้องกังวลกับการจูนเสียง
กีตาร์ Gibson Les Paul Studio Session มาพร้อมปิ๊กอัพ ’57 Classic™ ในตำแหน่งคอ และปิ๊กอัพ ’57 Classic + ในตำแหน่งสะพานสาย พร้อมด้วยสวิตช์เลือกปิ๊กอัพ 3 ทาง ที่ช่วยให้คุณใช้ปิ๊กอัพตัวใดตัวหนึ่งแยกกันหรือใช้งานร่วมกันก็ได้ ปิ๊กอัพทั้งสองตัวมีปุ่มควบคุมระดับเสียงแยกออกจากกัน ดังนั้นคุณจึงผสมเสียงจากปิ๊กอัพเข้าด้วยกันได้ตามต้องการ ปุ่มควบคุมระดับเสียงแต่ละตัวมีสวิตช์แบบ กด/ดึง สำหรับการปรับเปลี่ยนเป็นซิงเกิลคอยล์ ทำให้คุณได้เสียงที่แตกต่างกัน 2 เสียงจากปิ๊กอัพแต่ละตัว และปิ๊กอัพแต่ละตัวยังมีปุ่มควบคุมโทนของตัวเองสำหรับทางเลือกเสียงที่มากขึ้นอีกด้วย ปุ่มควบคุมโทนยังติดตั้งพอทแบบกด/ดึงสำหรับการสลับเฟสเมื่อใช้ปิ๊กอัพทั้งสองตัวร่วมกัน รวมถึงสวิทช์แบบ Pure Bypass ที่เชื่อมต่อปิ๊กอัพบริดจ์ส่งตรงไปยังแจ็คเอาต์พุต โดยบายพาสข้ามปุ่มคอนโทรลทั้งหมดเพื่อให้ได้เส้นทางสัญญาณที่สั้นและบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นี่คือความเป็นไปได้ของโทนเสียงอันไม่มีที่สิ้นสุด หางเสียงที่ยาว มีความกังวาล และการเล่นที่สบาย ส่งผลให้กีตาร์ Les Paul Studio Session เป็นกีตาร์หนึ่งเดียวที่คุณไว้วางใจได้สำหรับแนวเพลงทุกประเภท กีตาร์ที่ได้รับการปรับแต่งและการปรับปรุงสำหรับผู้เล่นในปัจจุบัน
คุณสมบัติ
- บอดี้ที่มีน้ำหนักเบาแบบ Ultra Modern weight-relieved พร้อมไม้เมเปิ้ลเกรด AA ลายฟิกเกอร์ทางด้านหน้า
- คอกีตาร์ทำจากไม้มะฮอกกานีพร้อมรูปทางคอที่เรียวบาง SlimTaper และช่วงต่อคอที่โค้งมนแบบ Modern Contoured Heel
- เฟรตบอร์ดทำจากไม้อีโบนี่พร้อมอินเลย์อะคริลิกรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
- ปิ๊กอัพ ’57 Classic™ ในตำแหน่งคอ และปิ๊กอัพ ’57 Classic + ในตำแหน่งสะพานสาย และสวิทซ์ กด/ดึง สำหรับการปรับเปลี่ยนเป็นซิงเกิลคอยล์, สวิทช์เฟส, สวิทช์บายพาส สำหรับปุ่มควบคุมโทนเสียงเพื่อทางเลือกเสียงที่มากขึ้น
- รูปแบบการเคลือบสีแบบแล็กเกอร์ไนโตรเซลลูโลสแบบเงา
- มาพร้อมกับกระเป๋าซอฟท์เชลล์เคส

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.
Description
กีตาร์ Gibson Les Paul Studio Session ถือได้ว่าเป็นสมาชิกใหม่ในไลน์กีตาร์ Les Paul Studio โดยกีตาร์รุ่นใหม่นี้ถือได้ว่าเป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ของ Les Paul Studio อันคลาสสิก พร้อมคุณสมบัติและการอัพเกรดจากคำติชมของลูกค้าและคำขอของผู้เล่น ซึ่งก้าวไปอีกขั้นจากรุ่น Les Paul Studio ก่อนหน้า โดยกีตาร์ Gibson Les Paul Studio Session มีบอดี้กีตาร์ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีที่มีน้ำหนักเบาแบบ Ultra Modern weight-relieved ที่เบากว่าและใช้งานได้สบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นคอนเสิร์ตหรือฝึกซ้อมไมว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม ไม้หน้ากีตาร์ที่ปะด้วยไม้เมเปิ้ลเกรด AA ลายฟิกเกอร์ไม่เพียงแต่งดงาม แต่ยังช่วยเพิ่มความสดใสและความชัดเจนให้กับโทนเสียงโดยรวม ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับบอดี้กีตาร์ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีที่ให้โทนเสียงอุ่นและย่านเสียงกลางเพื่อให้ได้โทนเสียง Les Paul ในตำนานที่ปรากฎอยู่ในเพลงอันโด่งดังนับไม่ถ้วนและบนเวทีคอนเสิร์ตทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีคอกีตาร์ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีที่เชื่อมต่อกับบอดี้กีตาร์ที่ช่วยให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้นและเพิ่มความกังวาลและความยาวของหางเสียง กับช่วงต่อคอกีตาร์ที่มีความโค้งมนแบบ Modern Contoured Heel เพื่อให้เข้าถึงเฟร็ตที่ลึกได้อย่างง่ายดาย และรูปทรงคอกีตาร์ที่เรียวบาง SlimTaper™ เพื่อการเล่นที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และปิดท้ายด้วยเฟรตบอร์ดที่ทำจากไม้อีโบนี่ (ebony) ที่มีอินเลย์อะคริลิกรูปสี่เหลี่ยมคางหมู และเฟรตขนาดมีเดียมจัมโบ้ 22 เฟรต ที่มีรัศมีความโค้งฟิงเกอร์บอร์ดที่ 12 นิ้ว ส่งผลให้ได้การเล่นริธึ่มคอร์ด และการเล่นโซโล่เป็นอย่างดี และคุณจะต้องหลงรักความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสกีต้าร์ตัวนี้ไว้ในมืออย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติอย่างลูกบิดตั้งสายแบบ Grover® Rotomatic® ที่มีที่หมุนปรับแบบ Keystone ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามคลาสสิคให้กับกีตาร์ หลอมรวมกับสะพานสาย Nashville Tune-O-Matic™ ที่ทำด้วยอลูมิเนียมซี่งปรับแต่งได้เต็มรูปแบบ และเทลพีช Stop Bar ที่ทำด้วยอลูมิเนียมน้ำหนักเบา และนัท Graph Tech® ช่วยให้การปรับจูนเสียงมีความเสถียรและมั่นคง ทำให้คุณเล่นโดยไม่ต้องกังวลกับการจูนเสียง
กีตาร์ Gibson Les Paul Studio Session มาพร้อมปิ๊กอัพ ’57 Classic™ ในตำแหน่งคอ และปิ๊กอัพ ’57 Classic + ในตำแหน่งสะพานสาย พร้อมด้วยสวิตช์เลือกปิ๊กอัพ 3 ทาง ที่ช่วยให้คุณใช้ปิ๊กอัพตัวใดตัวหนึ่งแยกกันหรือใช้งานร่วมกันก็ได้ ปิ๊กอัพทั้งสองตัวมีปุ่มควบคุมระดับเสียงแยกออกจากกัน ดังนั้นคุณจึงผสมเสียงจากปิ๊กอัพเข้าด้วยกันได้ตามต้องการ ปุ่มควบคุมระดับเสียงแต่ละตัวมีสวิตช์แบบ กด/ดึง สำหรับการปรับเปลี่ยนเป็นซิงเกิลคอยล์ ทำให้คุณได้เสียงที่แตกต่างกัน 2 เสียงจากปิ๊กอัพแต่ละตัว และปิ๊กอัพแต่ละตัวยังมีปุ่มควบคุมโทนของตัวเองสำหรับทางเลือกเสียงที่มากขึ้นอีกด้วย ปุ่มควบคุมโทนยังติดตั้งพอทแบบกด/ดึงสำหรับการสลับเฟสเมื่อใช้ปิ๊กอัพทั้งสองตัวร่วมกัน รวมถึงสวิทช์แบบ Pure Bypass ที่เชื่อมต่อปิ๊กอัพบริดจ์ส่งตรงไปยังแจ็คเอาต์พุต โดยบายพาสข้ามปุ่มคอนโทรลทั้งหมดเพื่อให้ได้เส้นทางสัญญาณที่สั้นและบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นี่คือความเป็นไปได้ของโทนเสียงอันไม่มีที่สิ้นสุด หางเสียงที่ยาว มีความกังวาล และการเล่นที่สบาย ส่งผลให้กีตาร์ Les Paul Studio Session เป็นกีตาร์หนึ่งเดียวที่คุณไว้วางใจได้สำหรับแนวเพลงทุกประเภท กีตาร์ที่ได้รับการปรับแต่งและการปรับปรุงสำหรับผู้เล่นในปัจจุบัน
คุณสมบัติ
- บอดี้ที่มีน้ำหนักเบาแบบ Ultra Modern weight-relieved พร้อมไม้เมเปิ้ลเกรด AA ลายฟิกเกอร์ทางด้านหน้า
- คอกีตาร์ทำจากไม้มะฮอกกานีพร้อมรูปทางคอที่เรียวบาง SlimTaper และช่วงต่อคอที่โค้งมนแบบ Modern Contoured Heel
- เฟรตบอร์ดทำจากไม้อีโบนี่พร้อมอินเลย์อะคริลิกรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
- ปิ๊กอัพ ’57 Classic™ ในตำแหน่งคอ และปิ๊กอัพ ’57 Classic + ในตำแหน่งสะพานสาย และสวิทซ์ กด/ดึง สำหรับการปรับเปลี่ยนเป็นซิงเกิลคอยล์, สวิทช์เฟส, สวิทช์บายพาส สำหรับปุ่มควบคุมโทนเสียงเพื่อทางเลือกเสียงที่มากขึ้น
- รูปแบบการเคลือบสีแบบแล็กเกอร์ไนโตรเซลลูโลสแบบเงา
- มาพร้อมกับกระเป๋าซอฟท์เชลล์เคส

























