The Story
สิ้นสุดการรอคอย – การกลับมาของ Les Paul Custom
กีตาร์ Les Paul™ Custom เปิดตัวครั้งแรกในปี 1953 ในฐานะรุ่นพรีเมียมที่ยกระดับขึ้นมาจาก Les Paul รุ่นปกติ กีตาร์รุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นตามคำขอของ Les Paul เอง ซึ่งต้องการกีตาร์ Les Paul สีดำที่ "ดูเหมือนชุดทักซิโด้" ต่อมาในปี 1961 กีตาร์ทรงเว้าเดียว (Single Cutaway) ของ Les Paul Custom ได้ถูกยกเลิกการผลิตเพื่อเปิดทางให้กับรุ่นเว้าคู่ (Double-cutaway) ซึ่งภายหลังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ SG™ Custom ก่อนที่ทรงเว้าเดียวดั้งเดิมจะถูกนำกลับมาผลิตอีกครั้งในปี 1968
ในช่วงทศวรรษ 1970 การผลิต Les Paul Custom ได้ย้ายฐานจากเมืองคาลามาซู (Kalamazoo) ไปยังเมืองแนชวิลล์ (Nashville) และได้รับการปรับเปลี่ยนหลายจุดเพื่อยกระดับตัวกีตาร์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้ไม้หน้าเมเปิ้ลแบบหลายชิ้น (Multi-piece maple top) มาแทนที่โครงสร้างบอดี้ไม้มะฮอกกานีล้วนแบบดั้งเดิม พร้อมกับคอไม้เมเปิ้ล ณ ปัจจุบัน Les Paul Custom ยุคทศวรรษ 70s เหล่านี้กลายมาเป็นหนึ่งในกีตาร์ที่มูลค่าพุ่งสูงขึ้นรวดเร็วที่สุดในตลาดกีตาร์วินเทจ
และขณะนี้ หลังจาก 20 ปีที่มีการจัดจำหน่าย Les Paul Custom ผ่านทาง Gibson Custom Shop เท่านั้น Gibson มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดตัวกีตาร์ Les Paul Custom 70s อีกครั้ง โดยมาพร้อมสเปกคลาสสิกของยุค 70s ดั้งเดิม กับคุณสมบัติอย่างบอดี้ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีพร้อมไม้หน้าเมเปิ้ลแบบสามชิ้น (Three-piece maple top) ผ่านการเข้าขอบแบบ 5 ชั้น (5-ply) ทางด้านหน้า และ 3 ชั้น (3-ply) ทางด้านหลัง คอทำจากไม้เมเปิ้ลมาในรูปทรงเชฟ 70s Profile พร้อม Volute บริเวณหลังหัวกีตาร์ พร้อมด้วยฟิงเกอร์บอร์ดไม้อีโบนีที่มีการเข้าขอบ และเฟรตขนาด Medium Jumbo จำนวน 22 เฟรต และอินเลย์บล็อกทำจากมุก (Mother-of-pearl) ส่วนหัวกีตาร์ที่มีการเข้าขอบก็ประดับด้วยอินเลย์มุกในรูปทรง "Custom Split Diamond" อันโด่งดัง ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากรุ่น Gibson Super 400 และกลายเป็นสัญลักษณ์ที่แยกกันไม่ออกจากกีตาร์ Les Paul Custom
ในส่วนของฮาร์ดแวร์ กีตาร์ Les Paul Custom 70s เลือกใช้ฮาร์ดแวร์สีทอง ประกอบด้วยบริดจ์อะลูมิเนียม Nashville Tune-O-Matic, เทลพีซอะลูมิเนียม Stop Bar และลูกบิด Grover® Rotomatic® แบบ Keystone ที่หมุนได้ลื่นไหลเพื่อความเที่ยงตรงในการจูนสาย จนกระทั่งการใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดแม้กระทั่งจุดเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวล็อกสายสะพาย Posi-Lok™, ปิ๊กการ์ดแบบ 5 ชั้น และปุ่มคอนโทรลทรง Witch Hat ตามแบบฉบับยุค 70s แท้ๆ นอกจากนี้ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ยังตรงยุคสมัยด้วยปิ๊กอัพฮัมบัคเกอร์ Calibrated T-Type™ หนึ่งคู่ พร้อมปุ่มควบคุมโวลุ่มและโทนแยกอิสระ การเดินวงจรด้วยมือ (Hand-wired) เข้ากับคาปาซิเตอร์ Orange Drop®
กีตาร์ Les Paul Custom 70s มีให้เลือกถึง 3 สี ในรูปแบบผิวสีไนโตรเซลลูโลสแล็กเกอร์ (Nitrocellulose lacquer) แบบเงา (Gloss) ได้แก่ สี Ebony, Tobacco Burst, Wine Red โดยกีตาร์ทุกตัวจะมาพร้อมกล่องฮาร์ดเชลล์เคส (Hardshell case) เพื่อการปกป้องกีตาร์อย่างดีเยี่ยมทั้งในเวลาที่เก็บรักษาและเดินทาง

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.
Description
สิ้นสุดการรอคอย – การกลับมาของ Les Paul Custom
กีตาร์ Les Paul™ Custom เปิดตัวครั้งแรกในปี 1953 ในฐานะรุ่นพรีเมียมที่ยกระดับขึ้นมาจาก Les Paul รุ่นปกติ กีตาร์รุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นตามคำขอของ Les Paul เอง ซึ่งต้องการกีตาร์ Les Paul สีดำที่ "ดูเหมือนชุดทักซิโด้" ต่อมาในปี 1961 กีตาร์ทรงเว้าเดียว (Single Cutaway) ของ Les Paul Custom ได้ถูกยกเลิกการผลิตเพื่อเปิดทางให้กับรุ่นเว้าคู่ (Double-cutaway) ซึ่งภายหลังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ SG™ Custom ก่อนที่ทรงเว้าเดียวดั้งเดิมจะถูกนำกลับมาผลิตอีกครั้งในปี 1968
ในช่วงทศวรรษ 1970 การผลิต Les Paul Custom ได้ย้ายฐานจากเมืองคาลามาซู (Kalamazoo) ไปยังเมืองแนชวิลล์ (Nashville) และได้รับการปรับเปลี่ยนหลายจุดเพื่อยกระดับตัวกีตาร์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้ไม้หน้าเมเปิ้ลแบบหลายชิ้น (Multi-piece maple top) มาแทนที่โครงสร้างบอดี้ไม้มะฮอกกานีล้วนแบบดั้งเดิม พร้อมกับคอไม้เมเปิ้ล ณ ปัจจุบัน Les Paul Custom ยุคทศวรรษ 70s เหล่านี้กลายมาเป็นหนึ่งในกีตาร์ที่มูลค่าพุ่งสูงขึ้นรวดเร็วที่สุดในตลาดกีตาร์วินเทจ
และขณะนี้ หลังจาก 20 ปีที่มีการจัดจำหน่าย Les Paul Custom ผ่านทาง Gibson Custom Shop เท่านั้น Gibson มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดตัวกีตาร์ Les Paul Custom 70s อีกครั้ง โดยมาพร้อมสเปกคลาสสิกของยุค 70s ดั้งเดิม กับคุณสมบัติอย่างบอดี้ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีพร้อมไม้หน้าเมเปิ้ลแบบสามชิ้น (Three-piece maple top) ผ่านการเข้าขอบแบบ 5 ชั้น (5-ply) ทางด้านหน้า และ 3 ชั้น (3-ply) ทางด้านหลัง คอทำจากไม้เมเปิ้ลมาในรูปทรงเชฟ 70s Profile พร้อม Volute บริเวณหลังหัวกีตาร์ พร้อมด้วยฟิงเกอร์บอร์ดไม้อีโบนีที่มีการเข้าขอบ และเฟรตขนาด Medium Jumbo จำนวน 22 เฟรต และอินเลย์บล็อกทำจากมุก (Mother-of-pearl) ส่วนหัวกีตาร์ที่มีการเข้าขอบก็ประดับด้วยอินเลย์มุกในรูปทรง "Custom Split Diamond" อันโด่งดัง ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากรุ่น Gibson Super 400 และกลายเป็นสัญลักษณ์ที่แยกกันไม่ออกจากกีตาร์ Les Paul Custom
ในส่วนของฮาร์ดแวร์ กีตาร์ Les Paul Custom 70s เลือกใช้ฮาร์ดแวร์สีทอง ประกอบด้วยบริดจ์อะลูมิเนียม Nashville Tune-O-Matic, เทลพีซอะลูมิเนียม Stop Bar และลูกบิด Grover® Rotomatic® แบบ Keystone ที่หมุนได้ลื่นไหลเพื่อความเที่ยงตรงในการจูนสาย จนกระทั่งการใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดแม้กระทั่งจุดเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวล็อกสายสะพาย Posi-Lok™, ปิ๊กการ์ดแบบ 5 ชั้น และปุ่มคอนโทรลทรง Witch Hat ตามแบบฉบับยุค 70s แท้ๆ นอกจากนี้ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ยังตรงยุคสมัยด้วยปิ๊กอัพฮัมบัคเกอร์ Calibrated T-Type™ หนึ่งคู่ พร้อมปุ่มควบคุมโวลุ่มและโทนแยกอิสระ การเดินวงจรด้วยมือ (Hand-wired) เข้ากับคาปาซิเตอร์ Orange Drop®
กีตาร์ Les Paul Custom 70s มีให้เลือกถึง 3 สี ในรูปแบบผิวสีไนโตรเซลลูโลสแล็กเกอร์ (Nitrocellulose lacquer) แบบเงา (Gloss) ได้แก่ สี Ebony, Tobacco Burst, Wine Red โดยกีตาร์ทุกตัวจะมาพร้อมกล่องฮาร์ดเชลล์เคส (Hardshell case) เพื่อการปกป้องกีตาร์อย่างดีเยี่ยมทั้งในเวลาที่เก็บรักษาและเดินทาง

























