
The Story
การกลับมาที่มิอาจปฏิเสธได้
การกลับมาของกีตาร์ไฟฟ้า Gibson 1959 ES-335 ไม่ได้เป็นเพียงการระลึกถึงกีตาร์รุ่นดั้งเดิมที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เท่านั้น แต่นี่คือกระบวนการโคลนนิ่ง ตั้งแต่การแสกนด้วยเลเซอร์เพื่อให้ได้ขนาดและระยะในทุกๆ รายละเอียด จนกระทั่งพลาสติกที่มีส่วนผสมทางเคมีที่ตรงตามความเป็นออริจนอล
กีตาร์ถูกปลุกชีพขึ้นมาจากปี 1959 โดดเด่นด้วยรอยเว้าอันโค้งมน รูปทรงคอเชฟ “C” ที่ได้รับการสแกนจากตัวต้นแบบ อินเลย์แบบจุด ลูกบิดกีตาร์ Kluson® และชิ้นส่วนต่างๆ ในสไตล์วินเทจ โดยมาพร้อมกับผิวสีแบบ Ultra Heavy Aging โดยช่างทักษะฝีมือจาก Murphy Lab เข้าคู่กันกับฮาร์ดแวร์แบบ Heavy aged ที่เปรียบเสมือนกับกีตาร์ที่ผ่านการเล่นอย่างหนักหน่วงมายาวนานหลายทศวรรษ โดยจะสร้างสรรค์รูปลักษณ์, อารมณ์และความรู้สึกในแบบออริจินอลของ Gibson ในยุครุ่งเรือง

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.

Details & Craftsmanship
Every detail has been carefully considered to bring you the perfect product.
Description
การกลับมาที่มิอาจปฏิเสธได้
การกลับมาของกีตาร์ไฟฟ้า Gibson 1959 ES-335 ไม่ได้เป็นเพียงการระลึกถึงกีตาร์รุ่นดั้งเดิมที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เท่านั้น แต่นี่คือกระบวนการโคลนนิ่ง ตั้งแต่การแสกนด้วยเลเซอร์เพื่อให้ได้ขนาดและระยะในทุกๆ รายละเอียด จนกระทั่งพลาสติกที่มีส่วนผสมทางเคมีที่ตรงตามความเป็นออริจนอล
กีตาร์ถูกปลุกชีพขึ้นมาจากปี 1959 โดดเด่นด้วยรอยเว้าอันโค้งมน รูปทรงคอเชฟ “C” ที่ได้รับการสแกนจากตัวต้นแบบ อินเลย์แบบจุด ลูกบิดกีตาร์ Kluson® และชิ้นส่วนต่างๆ ในสไตล์วินเทจ โดยมาพร้อมกับผิวสีแบบ Ultra Heavy Aging โดยช่างทักษะฝีมือจาก Murphy Lab เข้าคู่กันกับฮาร์ดแวร์แบบ Heavy aged ที่เปรียบเสมือนกับกีตาร์ที่ผ่านการเล่นอย่างหนักหน่วงมายาวนานหลายทศวรรษ โดยจะสร้างสรรค์รูปลักษณ์, อารมณ์และความรู้สึกในแบบออริจินอลของ Gibson ในยุครุ่งเรือง






















